ข้อควรระวังสำหรับเด็ก ในการใช้น้ำยาบ้วนปาก

การใช้น้ำยาบ้วนปาก เป็นการทำความสะอาดฟันอีกวิธีหนึ่ง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้คุณทำความสะอาดช่องปากและฟันได้สะอาดมากยิ่งขึ้น แต่การใช้น้ำยาบ้วนปากไม่สามารถทดแทนการทำความสะอาดช่องปากและฟันได้ เพราะการบ้วนปากเพียงอย่างเดียวไม่สามารถกำจัดเศษอาหารที่ตกค้างตามซอกเหงือกซอกฟันทั้งหมดได้นั่นเอง ดังนั้น  น้ำยาบ้วนปากจึงมีหน้าที่ช่วยลดเชื้อโรคภายในปากบางส่วน ระงับกลิ่นปากชั่วคราว และทำให้ปากสดชื่นจากกลิ่นของน้ำยาบ้วนปากเท่านั้น หากมั่นใจว่าทำความสะอาดช่องปากและฟันได้เป็นอย่างดีแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องใช้น้ำยาบ้วนปาก การใช้น้ำยาบ้วนปาก เด็กก็สามารถใช้ได้ บางครั้งบุตรหลานของท่านอาจจะชอบรับประทานของหวาน ซึ่งการใช้น้ำยาบ้วนปากก็จะช่วยทำความสะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แต่ก็ต้องใช้น้ำยาบ้วนปากสำหรับเด็กโดยเฉพาะ เพราะน้ำยาบ้วนปากแบบทั่วไป สำหรับผู้ใหญ่อาจจะแรงเกินไป เด็กจึงไม่สามารถใช้ได้ ดังนั้น หากจะให้บุตรหลานของท่านใช้น้ำยาบ้วนปาก ควรหาซื้อน้ำยาบ้วนปากสำหรับเด็กโดยเฉพาะ แต่การใช้น้ำยาบ้วนปากสำหรับเด็กก็ต้องระมัดระวังเช่นเดียวกัน วันนี้ทางคลินิก Idol Smile เราจะมาพูดถึงข้อควรระวังสำหรับเด็กในการใช้น้ำยาบ้วนปาก เพื่อเป็นแนวทางในการระมัดระวังในการใช้น้ำยาบ้วนปากในบุตรหลานของท่าน

หลายคนคงสงสัยว่า ลูกน้อยหรือบุตรหลานของท่านควรใช้น้ำยาบ้วนปากในอายุเท่าไหร่ ถึงแม้ว่าการดูแลรักษาความสะอาดของช่องปากและฟันของบุตรหลานของท่าน มีความสำคัญตั้งแต่อายุยังน้อย ถือเป็นเรื่องที่ดีแต่การใช้น้ำยาบ้วนปากร่วมกันการทำความสะอาดช่องปากและฟันก็มีประโยชน์ต่อช่องปาก แต่สำหรับเด็กต่ำกว่า 6 ปี อาจจะยังไม่แนะนำให้ใช้น้ำยาบ้วนปาก เพราะอาจจะมีความเสี่ยงต่อการกลืนน้ำยาบ้วนปากได้ อีกทั้งบางยี่ห้อมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์หากบุตรหลานเผลอกลืนลงไปจะเกิดโทษมากกว่าประโยชน์ได้ เพราะฉะนั้น จะต้องระมัดระวังให้มากเป็นพิเศษ แต่สำหรับเด็กที่มีอายุตั้ง 6 ปีขึ้นไปสามารถบ้วนน้ำทิ้งได้แล้วและทันตแพทย์ลงความเห็นว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดฟันผุจึงควรใช้น้ำยาบ้วนปากเพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดฟันพุในอนาคต ก็สามารถช่วยน้ำยาบ้วนปากได้แล้ว เพื่อที่จะได้มีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีขึ้นได้ การใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนของผสมฟลูออไรด์ ควรใช้อาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง และควรอ่านส่วนผสมให้แน่ใจว่าเป็นชนิดที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพช่องปากและฟัน และการใช้น้ำยาบ้วนปากที่ถูกต้อง จะต้องกลั้วให้ทั่วปาก 1 นาที แล้วจึงบ้วนทิ้งเพื่อประสิทธิภาพที่ได้ผลไม่ควรดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารหลังจากบ้วนปากแล้วอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง

สำหรับข้อควรระวังในการใช้น้ำยาบ้วนปาก สำหรับเด็กอย่างที่กล่าวไปข้างต้น คือน้ำยาบ้วนปากไม่เหมาะกับเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี เพราะเด็กอาจจะกลืนเข้าไปและเกิดอาการ คลื่นไส้ อาเจียน หรือเกิดการเป็นพิษขึ้นได้ โดยเฉพาะหากเด็กกลืนน้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์สูงมาก ๆ เด็กอาจมีอาการล้มฟุบลงไปและไม่ตอบสนองได้ และเพื่อป้องกันเด็กเล็กกินน้ำยาบ้วนปากจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ผู้ปกครองควรเลือกบรรจุภัณฑ์ที่มีฝาป้องกันไว้ ในเด็กเล็กสามารถหัดให้ใช้น้ำยาบ้วนปากได้ก็ต่อเมื่อเด็กรู้จักการบ้วนออกมา ทางที่ดีควรรับคำแนะนำจากทันตแพทย์ รวมไปถึงอ่านข้อควรระวังและคำแนะนำของน้ำยาบ้วนปากให้ชัดเจน เพื่อความปลอดภัยในการใช้น้ำยาบ้วนปาก หรือทางที่ดีระหว่างการใช้น้ำยาบ้วนปาก ผู้ปกครองควรให้คำแนะนำและสังเกตวิธีการใช้น้ำยาบ้วนปากให้บุตรหลานของท่านด้วย ทางคลินิก Idol Smile เราอยากให้ทุกคนรวมไปถึงบุตรหลานของท่านได้รับการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันที่ดี เพื่อที่จะได้รู้จักการทำความสะอาดอย่างถูกต้องตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อที่จะได้ลดความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาช่องปากในอนาคตได้