เครื่องมือการ จัดฟันแบบใส เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคจริงหรือ ?

การรักษาความสะอาดของช่องปาก ถือเป็นเรื่องที่สำคัญและเป็นกิจวัตรประจำวันที่เราต้องหมั่นดูแลรักษาอยู่เสมอ หากใครที่ละเลยสุขภาพช่องปากและฟัน อาจจะทำให้เกิดปัญหาของโรคฟันผุได้ รวมไปถึงโรคเหงือกที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ทำให้มีอาการปวดฟัน หรือทำให้มีกลิ่นปาก ซึ่งจะทำให้เสียบุคลิกภาพไปด้วย เช่นเดียวกับผู้ที่เข้ารับการจัดฟัน ไม่ว่าจะจัดฟันแบบทั่วไปที่ใส่เหล็กจัดฟัน หรือผู้ที่จัดฟันแบบใส ก็ต้องรักษาความสะอาดช่องปากเช่นกัน ถึงแม้ว่า การจัดฟันแบบใส จะสามารถถอดเครื่องมือจัดฟันออกได้ ขณะรับประทาน และขณะทำความสะอาดช่องปาก ซึ่งแน่นอนว่า ผู้ที่จัดฟันแบบใส จะสามารถรักษาความสะอาดภายในช่องปากได้ดีกว่าผู้ที่จัดฟันแบบใส่เหล็กจัดฟัน

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่จัดฟันแบบใส ก็ควรที่จะต้องดูแลสุขภาพช่องปาก แปรงฟันให้สะอาดหลังรับประทานอาหาร เพราะว่ามีข้อจำกัดบางอย่างในเรื่องของเครื่องมือการจัดฟัน เพราะเครื่องมือที่สามารถถอดได้เวลารับประทานอาหาร และผู้ที่เข้ารับการรักษามีพฤติกรรมที่กินจุกจิก เครื่องมือการจัดฟันแบบใส ก็จะเป็นตัวสะสมเชื้อโรคและความสกปรกได้ หลังจากรับประทานอาหรารเสร็จแล้ว ผู้เข้ารับการรักษาใส่เครื่องมือกลับทันทีโดยไม่แปรงฟัน หรือดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลในขณะที่ใส่เครื่องมืออยู่ น้ำตาลและแบคทีเรียจะเข้าไปติดตามผิวฟัน ซึ่งจะส่งผลต่อสุขภาพช่องปาก ทำให้มีกลิ่นปาก และยังทำให้ฟันผุอีกด้วย

โดยทั่วไปแล้ว หากผู้เข้ารับการรักษาไม่แปรงฟัน หลังจากที่รับประทานอาหาร อาจจะใช้วิธีการบ้วนปากด้วยน้ำสะอาด และยังมีน้ำลายที่เป็นตัวช่วยในการชะล้างคราบบนผิวฟันและภายในช่องปาก และถ้าผุ้เข้ารับการรักษาใส่เครื่องมือการจัดฟันแบบใส ก็อาจจะเป้นสิ่งที่กันไม่ให้น้ำลายหรือน้ำที่ใช้บ้วนปากทำหน้าที่ล้างสิ่งสกปรกหรือเศษอาหาร อาจจะทำให้เป็นตัวสะสมของเชื้อโรคและสิ่งสกปรก เพราะฉะนั้นการรักษาความสะอาด จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ อย่างน้อย การจัดฟันแบบใส จะทำให้ผู้เข้ารับการรักษาได้ทำความสะอาดช่องปากได้อย่างเต็มที่แล้ว ก็ควรที่จะใส่ใจและมีวินับในการใส่เครื่องมือและรักาาความสะอาดของเครื่องมือด้วย