เผยวิธี จัดฟันแบบใส ให้เหมาะกับคุณ !

การจัดฟันแบบใส เป็นการใส่เครื่องมือจัดฟันที่ถูกออกแบบมาเฉพาะบุคคล โดยการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยในการออกแบบเครื่องมือจัดฟัน ซึ่งจะทำมาจากพลาสติกที่ผิวเรียบและบาง ไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อเนื้อเยื่อในช่องปาก ไม่ทำให้บาดและทำให้เกิดบาดแผล และยังสามารถมองเห็นได้ยาก ถอดออกง่าย ไม่ต้องใช้แรงเยอะ ทั้งยังเวลารับประทานอาหารหรือการแปรงฟัน ก็สามารถทำได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกลัวว่าเครื่องมือจะเกิดการชำรุด นอกจากนี้ การจัดฟันแบบใส ยังใช้ระยะเวลาในการจัดฟันน้อยกว่าการจัดฟันแบบทั่วไปที่ใช้เหล็กจัดฟัน แถมยังทำให้เกิดการระคายเคืองช่องปากและไม่สามารถรับประทานอาหารได้อย่างหลากหลาย จึงต้องระมัดระวังในเรื่องของการรับประทานอาหาร เพื่อป้องกันการทำให้เหล็กจัดฟันหลุด สำหรับการจัดฟันแบบใส โดยเครื่องมือการจัดฟันในแต่ละชุดของเครื่องมือจะค่อยๆ จัดเรียงฟันให้เคลื่อนไปยังตำแหน่งที่ถูกกำหนดไว้ด้วยแรงน้อยๆ ตามแผนการรักษาของทันตแพทย์ผู้ทำการรักษา สำหรับการเคลื่อนตัวของฟันในการจัดฟันแบบใสนั้น จะขึ้นอยู่กับระยะเวลาการใส่เครื่องมือการจัดฟันแบบใสด้วย เพราะการใส่เครื่องมือตามระยะเวลาทีทันตแพทย์กำหนดคือ 20-22 ชั่วโมง จะช่วยให้ผลการรักษาเป็นไปตามที่กำหนดไว้

ซึ่งการจัดฟันแบบใสนี้มีอยู่ด้วยกันหลายรูปแบบ ได้แก่ จัดฟันแบบใส invisalign full ซึ่งจะมีเครื่องมือจัดฟันตั้งแต่ 15 ชิ้นขึ้นไป เหมาะกับผู้เข้ารับการรักษาที่มีสภาพฟันที่ซ้อนเกค่อนข้างมาก มีปัญหาฟันที่ค่อนข้างเยอะ และมีความซับซ้อนในการรักษา โดยใช้ระยะเวลาในการจัดฟันตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป สามารถแก้ไขปัญหาฟันได้ทุกกรณี ต่อมา จัดฟันใส invisalign lite มีเครื่องมือจัดฟัน 7-14 ชิ้น เหมาะกับผู้เข้ารับการรักษาที่เคยผ่านการจัดฟันมาแล้ว มีสภาพฟันที่มีความซ้อนเกเพียงเล็กน้อย หรือเคยผ่านการจัดฟันมาแล้วแต่ไม่ใส่รีเทนเนอร์ จึงทำให้เกิดฟันห่าง เรียงตัวกันไม่สวยงาม โดยมีระยะเวลาในการจัดฟันประมาณ 4 เดือน และสุดท้ายการจัดฟันใส invisalugn i7 จะใช้เครื่องมือการจัดฟันเพียง 7 ชิ้น เหมาะกับผู้เข้ารับการรักษาที่เคยผ่านการจัดฟันมาแล้ว มีสภาพฟันที่มีการซ้อนเกเพียงเล็กน้อย โดยทันตแพทย์จะช่วยรักษา เรียงตัวฟันให้เข้ารูปเป็นปกติและสวยงาม โดยใช้ระยะเวลาในการจัดฟันไม่นานประมาณ 2-3 เดือนเท่านั้น ซึ่งการจัดฟันในรูปแบบต่างๆก็จะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของทันตแพทย์ว่า ผู้เข้ารับการรักษามีปัญหาฟันในด้านใด มีปัญหามากน้อยแค่ไหน รวมไปถึงระยะเวลาในการรักษาก็จะขึ้นอยู่กับสภาพฟันของแต่ละบุคคลด้วย นอกจากนี้การดูแลความสะอาดและการมีวินัยในเรื่องของการสวมใส่เครื่องมือก็ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของทันตแพทย์อย่างเคร่งครัดเพื่อผลการรักษาที่ดี และเพื่อทำให้การรักษาเป็นไปตามแผนที่ทันตแพทย์ได้กำหนดไว้

อย่างไรก็ตาม การจัดฟันแบบใส จะช่วยสร้างรอยยิ้มให้ผู้เข้ารับการรักษามีความสวยงาม และมั่นใจมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นไม่ควรปล่อยให้ปัญหาฟันเก ฟันซ้อน ฟันห่าง ทำลายความมั่นใจและบุคลิกภาพของคุณ ซึ่งในปัจจุบัน การจัดฟันแบบใส กำลังเป็นที่นิยมและมีหลายแบบ แต่ผู้เข้ารับการรักษาจะเหมาะกับการจัดฟันแบบใสในรูปแบบใด ก็จะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของทันตแพทย์และสภาพ ปัญหาของผู้เข้ารับการรักษา นอกจากนี้การจัดฟันแบบใส ยังเหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย ง่ายต่อการดูแลรักษาสุขอนามัยในช่องปากและฟัน ให้ความรู้สึกสบายไม่ระคายเคืองช่องปาก ไม่ทำให้เกิดบาดแผล เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ของผู้คนในยุคปัจจุบัน ช่วยเสริมบุคลิกและสร้างความมั่นใจ ทำให้ใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และด้วยการนำนวัตกรรมทางเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เข้ากับยุคสมัย การจัดฟันแบบใสนี้ยังสามารถทำให้ผู้เข้ารับการรักษาเห็นแผนการรักษาเสมือนจริงได้ ด้วยระบบ 3D ที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ก่อนเข้ารับการจัดฟัน จนไปถึงการจัดฟันเสร็จสมบูรณ์ตามระยะเวลาที่ทันตแพทย์ได้กำหนด และยังได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของสภาพฟันอย่างเห็นได้ชัดอีกด้วย