ตอบคำถามไขข้อสงสัย เกี่ยวกับ “รากฟันเทียม”

เชื่อว่ามีหลายๆท่าน ยังมองว่าการสูญเสียฟันแค่ 1 ซี่ คงไม่เป็นอะไรจึงทำให้เกิดความละเลยไม่สนใจที่จะทำการรักษา แต่ในความเป็นจริงแล้ว การสูญเสียฟัน 1 ซี่ สามารถส่งผลกระทบได้ทั้งช่องปากในระยะยาว เนื่องจากว่าตามธรรมชาติแล้วนั้นฟันของเราจะทำการเคลื่อนที่ตลอดเวลาทีละน้อยๆ จนท่านอาจจะไม่สังเกตเห็น และหากว่าฟันซี่หนึ่งหายไป ก็จะทำให้เกิดช่องว่าง เวลาฟันเคลื่อนที่ไม่มีฟันข้างๆคอยค้ำกันส่งผลให้เกิดฟันล้มได้นั่นเอง เพราะเหตุนี้เองหากท่านสูญเสียฟันควรรีบทำการรักษาใส่ฟันใหม่ทดแทน ซึ่งในสมัยนี้ต้องขอบอกเลยว่าการทำรากฟันเทียมและทำฟันใหม่ขึ้นมาถือว่าเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากกว่าฟันปลอมแบบสมัยก่อน เนื่องจากว่ามีความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติมากกว่าฟันปลอมแบบธรรมดาทั่วไป

ในวันนี้ทางด้าน Idol Smile Dental Clinic จะขอพาท่านผู้อ่านมาทำความรู้จัก และข้อควรรู้ต่างๆก่อนทำการรักษารากฟันเทียม เพื่อเตรียมสร้างฟันใหม่มาทดแทน โดยมีรายละเอียดมากมายดังต่อไปนี้

 

การฝังรากฟันเทียมคืออะไร ?

การฝังรากฟันเทียม ก็คือ การผ่าตัดเพื่อนำโลหะหรือโครงฝังลงในตำแหน่งขากรรไกรใต้เหงือก เพื่อที่ทันตแพทย์จะเตรียมใส่ฟันซี่ใหม่ทดแทนฟันตามธรรมชาติที่สูญเสียไปนั่นเอง หรือถ้าจะให้เข้าใจง่ายๆก็คือ ฟันปลอมแบบติดแน่น ซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนฟันแท้ตามธรรมชาติมากที่สุด

 

ไขข้อสงสัย ปัญหาที่พบบ่อยสำหรับการฝังรากเทียม ?

– ฝังรากเทียมเจ็บหรือไม่

ถ้าหากว่าจะให้บอกตามความเป็นจริงแล้ว คนไข้ที่มาทำการรักษาฝังรากฟันเทียม จะไม่มีความรู้สึกเจ็บเลยกับการผ่าตัด เนื่องจากว่าทันตแพทย์จะฉีดยาชาก่อนการผ่าตัดทุกครั้ง ซึ่งจะรอให้ชาเต็มที่แล้วจึงจะเริ่มทำการผ่าตัด จึงไม่ต้องกลัวว่าจะทนความเจ็บปวดไม่ไหวในขณะที่ทำการรักษา เพราะท่านจะไม่เจ็บปวดเลยแม้แต่น้อย แต่ความเจ็บปวดนั้นจะมาจากหลังผ่าตัดซึ่งความเจ็บปวดนี้ก็ไม่สามารถบอกได้ว่าจะเจ็บมากหรือน้อย เพราะ ขึ้นอยู่กับบุคคลนั้นๆด้วย เนื่องจากแต่ละคนมีความแตกต่างของลักษณะสันกระดูก คุณภาพกระดูก คุณภาพเนื้อเยื่อในบริเวณที่ทำการรักษา ซึ่งหากว่าคนไข้มีปริมาณกระดูกเพียงพอและมีคุณภาพที่ดี ความเจ็บปวดก็จนลดน้อยลงไปด้วย ซึ่งอาจจะมีความรู้สึกเหมือนถอนฟันเท่านั้นเอง

– อายุมีผลต่อการฝังรากเทียมไหม

การฝังรากฟันเทียมจะทำได้ก็ต่อเมื่อคนไข้อยู่ในช่วงวัยที่หยุดการเจริญเติบโตแล้วเท่านั้น เนื่องจากตำแหน่งของรากเทียมจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือเคลื่อนที่ได้ ดังนั้น ในวัยเด็กหรือในวัยที่กำลังเจริญเติบโตทันตแพทย์จะไม่ทำการฝังรากเทียมให้ แต่จะใช้การแก้ปัญหาด้วยวิธีอื่นทดแทนไปก่อน

ในส่วนของผู้สูงอายุก็สามารถทำการฝังรากเทียมได้เหมือนกับคนไข้ทั่วไปเลย ยกเว้นแต่ผู้สูงอายุที่รับประทานยาประเภท ละลายลิ่มเลือด หรือ ยาต้านการแข็งตัวของเลือดบางชนิด จำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ผู้จ่ายยา และทันตแพทย์ผู้ฝังรากฟันเทียม ก่อนทุกครั้งเสมอ

– ฝังรากฟันเทียมแล้วสามารถใช้งานได้นานเท่าไหร่

ต้องขอบอกเลยว่าอายุของรากฟันเทียม ขึ้นอยู่กับการใช้งานด้วยเช่นกัน จากการศึกษาวิจัยได้พบว่า 94.5% สามารถมีอายุของรากฟันเทียมอยู่ที่ 5 ปี และ 89.4% สามารถมีอายุการใช้งานรากฟันเทียมถึง 10 ปี ซึ่งระยะเวลาเหล่านี้ก็จะขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาความสะอาดอย่างถูกวิธี การระมัดระวังในการกัดเคี้ยวบดอาหาร และการพบทันตแพทย์เป็นประจำเพื่อติดตามหลังการรักษา

– ระยะเวลาในการฝังรากฟันเทียม

ถ้าจะให้เข้าใจง่ายๆจำเป็นต้องแบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนการผ่าตัดฝังรากเทียม และ ขั้นตอนการใส่ฟันบนรากเทียม ซึ่งระยะเวลาก็จะต่างไปตามแต่ละท่าน หากว่าท่านมีกระดูกคุณภาพที่ดีก็อาจจะใช้ระยะเวลาใส่ฟันหลังจากผ่าตัดรากเทียมเพียงแค่ 2 เดือนเท่านั้น แต่สำหรับท่านที่สุขภาพกระดูกไม่ค่อยแข็งแรงจับตัวช้า ก็อาจจะใช้เวลาอย่างช้าในการใส่ฟันบนรากเทียมหลังจากการผ่าตัดประมาณ 4 – 6 เดือน เป็นอย่างน้อย ซึ่งระยะเวลาเหล่านี้ทันตแพทย์ผู้เชียวชาญจะเป็นผู้วิเคราะห์ หลังจากการผ่าตัดฝังรากเทียมถ้าอยากที่จะใส่ฟันเร็วๆ ท่านควรมาพบทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญตามนัดหมายทุกครั้งเท่านั้นเอง