ปัญหา เลือดไหลไม่หยุด หลังฝังรากฟันเทียม !

การรักษาด้วยการผ่าตัดฝังรากฟันเทียม เป็นการรักษาทางทันตกรรมที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ซึ่งการรักษาในรูปแบบดังกล่าวนี้เป็นวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพมาก สามารถใช้ทดแทนฟันธรรมชาติได้อย่างดี แทนการใส่ฟันปลอมในสมัยก่อน ซึ่งการใส่ฟันปลอมนั้นเป็นการรักษาการทดแทนฟันวิธีเดิมๆ ซึ่งนิยมในกลุ่มผู้สูงอายุ และตัวฟันปลอมไม่ได้มีความแข็งแรงมากเหมือนกับฝังรากฟันเทียม เพราะการรักษาด้วยการฝังรากฟันเทียม มีการใช้งานที่เสมือนฟันธรรมชาติ เพราะไม่ต้องคอยถอดออกมาทำความสะอาด แต่สามารถทำความสะอาดด้วยการแปรงฟันได้ตามปกติ และนอกจากนี้การฝังรากฟันเทียมยังมีอายุการใช้งานที่นานพอควร เนื่องด้วยวัสดุที่นำมาทำรากฟันเทียม มีความแข็งแรง ทนทานต่อแรงบดเคี้ยว แต่การฝังรากเทียมนั้น ผู้เข้ารับการรักษาจำเป็นต้องดูแลเอาใจใส่สุขภาพช่องปากให้มากเป็นพิเศษ เนื่องด้วยพื้นผิวของวัสดุและพื้นที่ที่ยากจะเข้าถึงต้องสะอาดจริงๆ หากไม่ได้รับความดูแลเอาใจใส่ก็จะทำให้เกิดการสะสมของเชื้อแบคทีเรีย และจะส่งผลให้เกิดภาวะโรคเหงือกอักเสบตามมาได้ โดยการรับประทานอาหารภายหลังจากการผ่าตัด หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของผู้เข้ารับการรักษาจะส่งผลต่อผลการรักษาด้วยเช่นกัน เพราะถ้าหากไม่ปฏิบัติตัวตามคำสั่งของทันตแพทย์อย่างเคร่งครัด อาจจะทำให้เกิดปัญหาในระยะยาวได้

นอกจากนี้การดูแลความสะอาด การปฏิบัติตัวหลังจากที่เข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัดฝังรากฟันเทียม ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากเช่นกัน เพราะการดูแลเอาใจใส่ในช่วงของการพักฟื้น จะส่งผลต่อความสำเร็จในการรักษาด้วย เพราะภายหลังจากการรักษาผู้เข้ารับการรักษาอาจจะต้องเจออาการต่างๆ เช่น มีอาการปวด หรือมีอาการบวมบริเวณที่ทำการฝังรากฟันเทียม รวมไปถึงอาจจะมีอาการเลือดไหลไม่หยุด ซึ่งอาการดังกล่าวเป็นอาการที่ผู้เข้ารับการรักษาอาจจะพบเจอได้ตามปกติ แต่หากผ่านไปหลายวันแล้วอาการเหล่านั้นยังไม่หาย ให้รีบปรึกษาทันตแพทย์ผู้ทำการรักษา ซึ่งอาการเหล่านี้นั้นจะหายไปในช่วงหนึ่งสัปดาห์แรก ส่วนอาการเลือดไหลไม่หยุดนั้น ในช่วงแรกอาจจะเกิดขึ้นได้บ่อยเนื่องจากแผลที่ได้รับการผ่าตัดฝังรากฟันเทียม ทันตแพทย์จะแนะนำว่าหากเลือดยังคงไหลหรือซึมเมื่อเอาผ่าก๊อซออกแล้ว ให้ใช้ผ้าก๊อชแผ่นใหม่วางที่แผล แล้วกัดให้แน่นต่อไปอีก 30 นาที อาจจะต้องทำซ้ำหลายครั้ง หากทำตามขั้นต้นแล้ว เลือดยังคงไหลอยู่ให้ไปพบทันตแพทย์แต่ถ้าหากมีการผ่าไซนัส อาจจะมีเลือดออกจากทางจมูก1-2 วัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ปกติ อย่างไรก็ตาม การดูแลรักษาบาดแผลภายหลังจาการผ่าตัด ผู้เข้ารับการรักษาจะต้องทำตามขั้นตอนตามทันตแพทย์สั่ง และต้องทำความสะอาดแผลอย่างถูกวิธีด้วย เพื่อให้แผลมีความสะอาด และป้องกันการติดเชื้อด้วย

อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของการรับประทานอาหารก็เป็นเรื่องที่สำคัญเช่นกัน โดยภายหลังจากที่เข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัดฝังรากฟันเทียม ทันตแพทย์จะทำการแนะนำให้รับประทานอาหารที่อ่อนๆ และไม่แข็ง เพราะการรับประทานอาหารที่แข็งหรือเหนียวมากๆ จะต้องทำมีการใช้แรงในการบดเคี้ยวอาหารค่อนข้างมาก ซึ่งอาจจะส่งผลให้เกิดการกระทบกระเทือนต่อรากฟันเทียมได้ นอกจากนี้การสูบบุหรี่หรือการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ถือเป็นเรื่องที่ต้องหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด เพราะการสูบบุหรี่จะส่งผลเสียโดยตรงต่อสุขภาพช่องปาก รวมไปถึงสุขภาพโดยรวมของผู้เข้ารับการรักษาด้วย เพราะการสูบบุหรี่จะทำให้เกิดการอักเสบได้ และอาจจะทำให้เกิดการติดเชื้อของเหงือกได้ ส่งผลให้ผู้เข้ารับการรรักษาเกิดภาวะเหงือกอักเสบ และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในขณะพักฟื้นจากการักษาด้วยการผ่าตัดฝังรากฟันเทียม ก็จะทำให้เกิดอาการบวมแดง และที่สำคัญ เกิดภาวะเลือดไหลไม่หยุด เพราะแอลกอฮอล์จะส่งผลให้บาดแผลจากการผ่าตัดหายช้า และทำให้เลือดไหลไม่หยุด ซึ่งถือว่าเป็นอันตรายต่อบาดแผลและรากฟันเทียมเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ในช่วงเวลาการพักฟื้นนั้น ถือเป็นเรื่องต้องห้าม ห้ามทำเด็ดขาด เพราะจะส่งผลให้เกิดความล้มเหลวในการรักษาอีกด้วย