วิธีป้องกัน รากฟันเทียมอักเสบ !

การรักษาด้วยการผ่าตัดฝังรากฟันเทียมนั้น เป็นการรักษาที่ได้รับึวามนิยมมากในปัจจุบัน เนื่องจากการใส่ฟันปลอม เพื่อทดแทนการสูญเสียฟัน เริ่มจะไม่เป็นที่นิยมแล้วในปัจจุบัน เพราะมีข้อบกพร่องอยู่หลายประการ ซึ่งยังไม่ตอบโจทย์มากนักในการใช้ชีวิตในสมัยนี้ ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุย การรับประทานอาหาร ก็จะเกิดปัญหาตลอดเมื่อต้องใส่ฟันปลอม การฝังรากฟันเทียมจึงเป็นการทดแทนฟันที่ตอบโจทย์มากกว่า เพราะเป็นการฝังรากฟันเทียมเข้าไปในช่องปาก ทำให้รู้สึกเป็นธรรมชาติมากกว่าการใส่ฟันปลอม ซึ่งอาจจะทำให้หลุด หรือพูดไม่ชัด ส่งผลให้เสียบุคลิกภาพ และทำให้เป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตประจำวันได้

สำหรับการรักษาด้วยการฝังรากฟันเทียม ในแต่ละกรณีอาจจะพบปัญหาที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับบุคคล บางครั้งอาจจะเกิดอาการเจ็บปวด เนื่องจากอุปกรณ์ของการรักษาที่ติดตั้งอยู่ภายในช่องปาก และทำให้เกิดการอักเสบได้ในที่สุด ผู้ที่เข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัดฝังรากฟันเทียมจะต้องดูแลรักษาความสะอาดให้มากเป็นพิเศษ ทำตามคำแนะนำของทันตแพทย์ เพื่อผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพ หากผู้เข้ารับการรักษาละเลยการดูแลรักษาความสะอาด ก็อาจจะทำให้เกิดอาการรากฟันเทียมอักเสบบริเวณเหงือกและบริเวณรอบๆของรากฟันเทียม ซึ่งอาจจะทำให้อกิดการติดเชื้อตามมาได้ จะทำให้การรักษายุ่งยากเข้าไปอีก

ดังนั้นผู้ที่เข้ารับการรักษาด้วยการฝังรากฟันเทียมจะต้องเอาใจใส่ช่องปากมากเป็นพิเศษ ด้วยการเลี่ยงการขบเคี้ยวแรงๆ ควรเลือกรับประทานอาหารที่อ่อนๆ เพื่อลกแรงบดเคี้ยวที่จะทำให้ส่งผลต่อรากฟันเทียมและบาดแผล รวมไปถึงการหลีกเลี่ยงอาหารที่ร้อนจัดหรือเย็นจัด เพราะจะทำให้แผลหายช้า นอกจากนี้การไม่ระวังในการใช้งานของฟัน ก็ส่งผลให้เกิดการอักเสบได้ เช่นการเปิดฝาขวดด้วยน้ำอัดลม ซึ่งจะทำให้รากฟันเทียมเกิดการกระทบกระเทือน หรืออาจะทำให้รากฟันเทียมหลุดได้ ซึ่งหากรากฟันเทียมหลุด จะทำการแก้ไขได้ยาก ทันตแพทย์จะแนะนำให้ทำการฝังรากฟันเทียมใหม่อีกครั้ง เพราะรากฟันเทียมที่ทำชำรุดไม่สามารถใช้งานได้แล้ว

และอีกข้อห้ามที่สำคัญสำหรับการฝังรากฟันเทียม คือการสูบบุหรี่และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยการสูบบุหรี่ส่งผลเสียต่อสุขภาพช่องปากอยู่แล้ว ข้อนี้หลายคนคงทราบกันดี เพราะจะทำให้เหงือกเกิดการอักเสบ เกิดภาวะเหงือกร่นได้ ทำให้กระดูกขากรรไกรไม่แข็งแรง ซึ่งจะทำให้ผลการรักษาเกิดความล้มเหลวได้ สำหรับเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ผู้เข้ารับการรักษาควรจะงดตั้งแต่ก่อนทำ ไปจนถึงขั้นตอนการดูแลหลังการรักษา เพราะแอลกอฮอล์จะส่งผลให้บาดแผลจากการผ่าตัดหายช้า และยังทำให้เลือดไหลไม่หยุดอีกด้วย โดยจะส่งผลโดยตรงต่อบาดแผล เพราะฉะนั้น การที่รากฟันเทียมเกิดการอักเสบ จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อผู้เข้ารับการรักษาไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำของทันตแพทย์นั่นเอง