วิธียืดอายุการใช้งานของรากฟันเทียม ให้อยู่ได้ถาวร

รากฟันเทียม ทำจากวัสดุที่มีความแข็งแรงทนทาน นั่นก็คือโลหะที่สามารถเข้ากับร่างกายมนุษย์ได้ ซึ่งถือว่ามีความแข็งแรง ทนทานมาก ซึ่งนำมาใช้เพื่อเป็นการทดแทนฟันธรรมชาติที่สูญเสียไป การรักษาด้วยการฝังรากฟันเทียม เป็นการทำการรักษาการสูญเสียฟันได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ก่อนหลายคนอาจจะใช้วิธีการสวมใส่ฟันปลอม เพื่อให้สามารถรับประทานอาหารได้ และใช้ชีวิตได้เป็นปกติ แต่ฟันปลอมนั้นไม่ได้มีความแข็งแรงทนทานเท่ากับรากฟันเทียม เพราะทำมาจากพลาสติก และทำให้เกิดการระคายเคืองได้ เพราะต้องถอดเข้าถอดออกบ่อย และเวลารับประทานอาหารก็อาจจะไม่สะดวกเหมือนกับการฝังรากฟันเทียม ที่สามารถใช้งานหรือรับประทานได้อย่างเป็นปกติ เพราะรากฟันเทียมได้ทำการฝังอยู่กับกระดูกขากรรไกร ภายในช่องปาก แถมยังมีวิธีการที่ดูแลรักษาความสะอาดได้ง่ายอีกด้วย และรากฟันเทียมในปัจจุบันมีความแข็งแรง ทนทาน มั่นคง เพราะทำมาจากไทเทเนียม ที่มีความแข็งแรงต่อแรงบดเคี้ยว อย่างไรก็ตาม ความแข็งแรงของรากฟันเทียมขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาและการทำความสะอาด เพื่อให้รากฟันเทียมมีอายุการใช้งานที่นานขึ้นหรืออาจจะอยู่ได้อย่างถาวรไปจนตลอดชีวิตเลยก็ว่าได้ หากผู้เข้ารับรักษามีการดูแลตัวเอง และมีวินัยในการดูแลรักษาความสะอาด ปัญหาหลังจากการรักษาด้วยการผ่าตัดฝังรากฟันเทียม ก็จะไม่เกิดขึ้น แถมยังได้กลับมามีรอยยิ้มที่มั่นใจอีกด้วย

สำหรับวิธีการยืดอายุรากฟันเทียมที่ง่ายๆ หลังจากที่ได้รับการรักษาด้วยการฝังรากฟันเทียมแล้ว เพื่อให้ผู้เข้ารับการรักษามีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดี และยังยืดอายุการใช้งานรากฟันให้นานขึ้นด้วย ก่อนอื่นผู้เข้ารับการรักษาจะต้องปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของทันตแพทย์ผู้ทำการรักษาอย่างเคร่งครัด เพราะทันตแพทย์จะทำการวางแผนการรักษารวมไปถึงวิธีการดูแลรักษารากฟันเทียมหลังจากที่เข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัดฝังรากฟันเทียมเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ผลการรักษาเป็นไปตามที่วางแผนไว้ และอัตราความสำเร็จของการรักษาด้วย ต่อมาผู้เข้ารับการรักษาควรที่จะควบคุมพฤติกรรมการรับประทานอาหาร เพราะภายหลังจากการผ่าตัดฝังรากฟันเทียมแล้ว จะมีบาดแผลอยู่ภายในช่องปาก หากตามใจปาก ก็อาจจะทำให้เกิดอันตราย หรือการอักเสบติดเชื้อตามมาได้ เพราะแรงบดเคี้ยวจะส่งผลต่อรากฟันเทียม ในช่วง2-3 วันแรก ทั้งนี้ผู้เข้ารับการรักษาจะต้องรับประทานยาตามที่ทันตแพทย์แนะนำ เพื่อให้การพักฟื้นมีประสิทธิภาพ ทำให้แผลหายได้เร็ว และต้องดื่มน้ำให้มากๆ เพราะจะทำให้เนื้อเยื่อฟื้นตัวเร็ว หากได้รับความชุ่มชื้นจากน้ำ อย่างน้อยควรดื่มวันละ 6-8 แก้ว จะสามารถช่วยในเรื่องดังกล่าวได้ ผู้เข้ารับการรักษาควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ เพราะสารจากบุหรี่จะส่งผลให้แผลเกิดการอักเสบ และจะส่งผลต่อสุขภาพช่องปากบริเวณอื่นด้วย รวมไปถึงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะส่งผลให้บาดแผลภายในช่องปากที่ได้จากการผ่าตัดหายช้าลง และเกิดการบวมแดง อักเสบได้ และถ้าถึงขั้นร้ายแรงก้อาจจะทำให้รากฟันเทียมที่ได้ทำการฝังมา เกิดขยับหรือหลุดได้ ซึ่งทันตแพทย์จะต้องทำการฝังรากฟันเทียมใหม่ ซึ่งจะทำให้เสียค่าใช้จ่ายเป็นครั้งที่สอง เพราะนั้นต้องทำตามคำแนะนำของทันตแพทย์ เพื่อผลการรักษาที่ดี

ผู้เข้ารับการรักษาจะต้องรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ประเภทนม เนยถั่ว ลูกเกด ปลาแซลมอน ชาเขียว หรืออาหารที่มีประโยชน์อื่นๆ จะช่วยเสริมสุขภาพช่องปากและทำให้แผลหายไวยิ่งขึ้น ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่จะทำให้เกิดผลกระทบต่อบาดแผล เช่น อาหารที่มีรสหวานจัด หรืออาหารที่รสจัด ซึ่งจะทำให้เกิดอาหารอักเสบได้ นอกจากนี้ควรดูแลสุขภาพช่องปากและฟันให้ดี แปรงฟันอย่างถูกต้องเพื่อสุขภาพช่องปากและฟันที่ดี และยังเป้นการยืดอายุให้กับรากฟันเทียมของคุณด้วย หม่นตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง ควรเข้าพบทันตแพทย์ทุกๆ 6 เดือน หรือปีละ 1-2 ครั้ง เพื่อสังเกตการเปลี่ยนแปลงของรากฟันเทียม หากมีปัญหาจะได้แก้ไขได้ทันเวลา เพียงเท่านี้ผู้เข้ารับการรักษาที่ทำการฝังรากฟันเทียมจะได้มีรากฟันเทียมใช้ไปถึงชั่วชีวิต และจะทำให้สุขภาพช่องปากที่ดีในระยะยาวได้อีกด้วย