รากฟันเทียม จำเป็นต้องได้รับการดูแลมากเป็นพิเศษ แม้จะผ่านไปเป็นปี !

หลายคนเคยประสบปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพฟัน จนเป็นต้นเหตุของการสูญเสียฟันและเมื่อสูญเสียฟันแล้วทำให้เกิดความไม่มั่นใจและยังเป็นอุปสรรคในการรับประทานอาหารอีกด้วย ทั้งยังส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพช่องปากและฟันอื่นๆตามมา เช่น โรคเหงือกอักเสบ ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบบริเวณฟันใกล้คียงและลุกลามไปได้ สำหรับใครที่กำลังมีปัญหาในเรื่องของการบดเคี้ยวหรือการออกเสียงเพราะต้องสูญเสียฟันธรรมชาติไป และเกิดไม่มั่นใจเวลายิ้ม การเข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัดฝังรากฟันเทียม เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในปัจจุบัน เพราะมีการนำนวัตกรรมสมัยใหม่เข้ามาใช้ในการรักษา ตั้งแต่การกำหนดจุดที่จะใช้ฝังรากฟันเทียมได้อย่างแม่นยำ แต่การฝังรากฟันเทียมนั้น ผู้เข้ารับการรักษาจะต้องดุแลช่องปากให้ดี ด้วยการดูแลความสะอาดช่องปากอย่างใส่ใจและการควบคุมดูแลทางการแพทย์เป็นประจำ การรักษาด้วยการผ่าตัดฝังรากฟันเทียมนี้สามารถอยู่ได้หลายสิบปี ตราบใดที่ผู้เข้ารับการรักษามีการ ดูแลรักษารากฟันเทียม และความสะอาดอย่างถูกต้อง

ดังนั้นสุขภาพช่องปากและฟันของทุกคนจะต้องดูแลเอาใจใส่ รักษาความสะอาด รับประทานอาหารที่ไม่ทำให้ฟันผุ แต่หากใครที่มีปัญหาช่องปากและฟัน และเกิดการสูญเสียฟันธรรมชาติไป ก็ยังมีวิธีการแก้ไขปัญหาที่ได้ประสิทธิภาพ และยังช่วยให้สุขภาพช่องปากที่ดีขึ้นด้วย พร้อมยังทำให้ผู้เข้ารับการรักษากลับมามีรอยยิ้มที่มั่นใจอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม หากผู้ที่เข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัดฝังรากฟันเทียม หลังจากการฝังรากฟันเทียมแล้ว ผู้เข้ารับการรักษาจะต้องดูแลรักษาความสะอาดช่องปากให้มากเป็นพิเศษ รวมไปถึงต้องระมัดระวังในเรื่องของการรับประทานอาหาร ควรปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของทันตแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดภาวะแทรกซ้อน หรือการอักเสบ ติดเชื้อ เพราะถ้าหากรากฟันเทียมของผู้เข้ารับการรักษาไม่ได้รับการดูแลอย่างดี อาจจะทำให้การรักษาเกิดความล้มเหลวได้ เพราะถ้าหากเกิดภาวะแทรกซ้อน รากฟันเทียมอาจจะเกิดการหลุดได้ และถ้าหากรากฟันเทียมหลุด ทันตแพทย์จะต้องทำการถอดรากฟันเทียมออก และต้องใช้เวลาการพักฟื้นแล้วทำการฝังรากฟันเทียมใหม่ เพราะถ้าหากรากฟันเทียมหลุด การแก้ไขปัญหาจะยุ่งยาก ซับซ้อนมาก การรากฟันเทียมใหม่ คือการแก้ไขปัญหาที่ง่ายที่สุด และได้ผลดีมากว่า

และยิ่งถ้าผู้เข้ารับการรักษาเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวกับโรคเหงือก อาจจะเนื่องจากเกิดการอักเสบ หรือรากฟันเทียมไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่เท่าที่ควร อาจจะส่งผลให้เกิดภาวะโรคเหงือก เพราะการฝังรากฟันเทียมนั้น ผู้เข้ารับการรักษาจำเป็นจะต้องดูแลใส่ใจมากเป็นพิเศษ โดยพื้นผิวของวัสดุและพื้นที่ที่ยากจะเข้าถึงจะต้องมีความสะอาดจริงๆ โดยพื้นฐานเลยก็คือแนวเหงือกรอบๆการฝังรากฟันเทียม เป็นบริเวณที่แบคทีเรียชอบมาสะสม และทำให้เกิดปัญหาสุขภาพฟัน ถ้าหากรากฟันเทียมไม่ได้รับการดูแลที่ดี ผลที่ตามมาอาจเป็นโรคเหงือกเช่น เยื่อบุช่องปากอักเสบ และ การอักเสบบริเวณรอบๆ รากฟันเทียม ซึ่งในขณะที่เยื่อบุบริเวณรอบๆรากฟันเทียมเกิดการติดเชื้อจากเยื่อบุช่องปากอักเสบ กระดูกก็อาจจะได้รับผลกระทบจาก การอักเสบบริเวณรอบๆของรากฟันเทียมเช่นกัน ความผิดปกติเหล่านี้ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา ผู้ที่ได้รับการรักษารากฟันเทียมจะมีอาการเยื่อบุอักเสบ และต้องมีอาการอักเสบบริเวณรอบๆ รากฟันเทียม ทางเดียวที่จะป้องกันโรคเหล่านี้ได้คือการดูแลหลังการรักษารากเทียมตามขั้นตอนตามคำแนะนำของทันตแพทย์เป็นประจำเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าผู้เข้ารับการรักษารากฟันเทียม มีรากฟันเทียมที่ใช้งานได้ตามปกติ แต่ผู้เข้ารับการรักษาก็จะต้องหมั่นเข้ารับการตรวจสุขภาพฟันประจำปี หรือตามวันเวลาที่ทันตแพทย์ได้ทำการนัดหมาย เพื่อตรวจรากฟันเทียม เพื่อดูความเปลี่ยนแปลง ตรวจเช็คถึงสภาพรากฟันเทียมว่ามีปัญหาตรงไหนบ้าง เพราะถ้าหากมีปัญหา ทันตแพทย์จะได้ทำการรักษาได้ทันเวลา เพื่อให้ผู้เข้ารับการรักษาได้ใช้งานรากฟันเทียมได้อย่างเต็มที่