วิธีสังเกตสภาพแปรงสีฟัน แม้ไม่ถึงเวลาแต่อาจต้องเปลี่ยน

เชื่อว่าท่านผู้อ่านทุกท่านน่าจะทราบกันเป็นอย่างดีอยู่แล้วว่าแปรงสีฟันนั้นคือหนึ่งในสิ่งที่สำคัฯมากๆและไม่ควรจะมองข้ามโดยเด็ดขาดถ้าหากอยากให้สุขภาพช่องปากและฟันไม่เสียหายหรือถูกทำลาย

นอกจากเชื้อโรคต่างๆที่อยู่ในช่องปากแล้วที่ทำให้สุขภาพช่องปากและฟันของท่านเสียหาย อุปกรมณ์ที่นำมาใช้ทำความสะอาดก็อาจจะเป็นส่วนหนึ่งในการทำร้ายฟันและเหงือก รวมถึงทำลายสุขภาพช่องปากในระยะยาวอีกด้วยก็เป็นได้

โดยในวันนี้ทางด้าน Idol Smile Dental Clinic จะขอพาท่านผู้อ่านมาเรียนรู้เคล็ดลับ และวิธีสังเกตว่าสมควรหรือยังที่ท่านจะต้องเปลี่ยนแปลงสีฟันใหม่ เนื่องจากแปรงสีฟันคือสิ่งสำคัญเราถึงย้ำอยู่เสมอว่าท่านไม่ควรมองข้าง โดยมีรายละเอียดเบื้องต้นดังต่อไปนี้

 

ควรเปลี่ยนแปรงสีฟันเมื่อไหร่ดี ?

หลายๆท่านอาจจะทราบกันแล้วไม่มากก็น้อยว่า ตามหลักการณ์แล้ว ทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมักจะแนะนำให้ทำการเปลี่ยนแปรงสีฟันทุกๆ 3 เดือน คิดคร่าวๆเฉลี่ยนแล้ว แปรงฟันวันละ 2 ครั้ง (อย่างสม่ำเสมอ) ก็จะตกอยู่ที่ 180 ครั้งในการใช้งาน ซึ่งถ้ามองตามตัวเลขค่าเฉลี่ยนแล้ว 180 ครั้งถือว่าไม่น้อยเลยในการใช้งานแปรงสีฟันกับช่องปากที่ท่านรัก เพราะเหตุนี้นี่เองทันตแพทย์ทั่วโลกจึงแนะนำว่าการเปลี่ยนแปรงด้วยระยะเวลา 3 เดือน ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในอัดดับแรก

แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทันตแพทย์จะแนะนำเสมอแต่ไม่ค่อยจะมีคนไหนสนใจก็คือหากว่าท่านมีอาการป่วย เป็นหวัด เป็นไข้ หรือแม้เพียงแต่อาการเจ็บคอ ก็ควรจะทำการเปลี่ยนแปรงสีฟันที่ใช้อยู่ในทันที โดยที่ไม่จำเป็นต้องสนใจเวลาว่าใช้มานานขนาดไหนแล้วก็ตาม

เนื่องจากว่าในระหว่างที่เราไม่สบายนั้นและเกิดการใช้แปรงสีฟันก็ไม่ต่างอะไรกับการแพร่เชื้อสู่แปรงสีฟัน ที่เข้าไปแอบซ่อนอยู่ในขนแปรง และเมื่อนำกลับมาใช้ท่านก็จะรับเชื้อจากแปรงสีฟันอีกด้วย

 

วิธีสังเกตสภาพแปรงสีฟันว่าควรเปลี่ยนหรือไม่ ?

มีหลายต่อหลายคนรอให้ถึงเวลาที่เหมาะสมคือ 3 เดือนเปลี่ยนแปรงหนึ่งครั้งโดยที่ไม่ทันได้สังเกตแปรงที่ท่านใช้อยู่ในแต่ละวัน ซึ่งก็ถือว่าเป็นวิธีที่ไม่เหมาะสมเท่าที่ควรเนื่องจากว่าการใช้งานแปรงสีฟันของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน วิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้ท่านรู้ว่าควรเปลี่ยนแปรงสีฟันหรือไม่นั่นคือการสังเกตแปรงของท่าน หากว่าขนแปรงมีรูปทรงที่ผิดแปลกไป เช่นมีปลายขนที่บานออก มีสีขนแปรงรวมถึงตัวแปรงสีฟันที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน รวมถึงขนแปรงเริ่มมีกลิ่น เพราะเกิดจากการสะสมของเชื้อแบคทีเรียในขนแปรง ท่านควรเปลี่ยนให้เร็วที่สุด และควรคิดไว้เสมอว่าแปรงสีฟันคือสิ่งเพาะเชื้อชั้นดี และอย่ามองข้ามเด็ดขาด

 

เทคนิคสำคัญในการเก็บแปรงสีฟันหลังใช้งาน ลดการสะสมเชื้อโรค ?

– ล้างขนแปรง และตัวแปรงสีฟันให้สะอาดทุกครั้งก่อนจะทำการเก็บเข้าที่

– การเก็บแปรงสีฟัน แนะนำว่าให้ใช้วิธีตั้งหัวแปรงให้มีลักษณะขึ้นด้านบน

– พื้นที่ในการวางแปรงสีฟันควรมีอากาศถ่ายเทสะดวก ควรมีลมพัดผ่าน

– ไม่ควรเก็บแปรงสีฟันไว้ในกล่องมิดชิด เพราะจะยิ่งทำให้เชื้อโรคต่างๆ เจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็วกว่าการวางตากอากาศที่ถ่ายเท

 

ข้อเสียของการไม่เปลี่ยนแปรงสีฟัน ?

– เกิดปัญหาเรื่องของกลิ่นปาก และไม่สามารถหาสาเหตุได้

– ฟันเปลี่ยนสีไม่ขาวสะอาดเหมือนเดิมแม้ว่าจะแปรงฟันอย่างสม่ำเสมอก็ตาม

– มีคราบพลัคเกาะแน่นบนผิวฟันเพิ่มขึ้น ถ้าสังเกตหลังจากที่แปรงฟันด้วยแปรงสีฟันเก่าที่ไม่เคยเปลี่ยนเลยจะมีคราบเหนียวๆลื่นๆติดอยู่บนฟัน

– แปรงสีฟันที่เสื่อมสภาพมักจะทำความสะอาดตามซอกฟันได้ไม่ดีพอ จึงทำให้เศษอาหารเล็กๆยังเกาะตามซอกฟันส่งผลให้เกิดการเจริญเติบโตขอเชื้อโรคต่างๆได้ง่าย ส่งผลทำให้เกิดฟันผุนั่นเอง

– เหงือกอักเสบ บวมแดง มีเลือดระหว่างแปรงฟัน เนื่องจากแปรงเก่านั้นจะมีเชื้อโรคอยู่เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ช่องปากติดเชื้อโรคได้ง่ายเช่นกัน

 

ทั้งหมดนี้ก็คือเหตุผลหลักๆที่ท่านผู้อ่านทุกคนสมควรเปลี่ยนแปรงสีฟันเมื่อถึงเวลา หรือเมื่อแปรงสีฟันของท่านมีรูปทรงที่ไม่ปกติ นั่นเอง